วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ปราสาทโอวาริ

2
 

เมืองนาโกย่าพัฒนามาเป็นเมืองปราสาทโอวาริ

ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสาขาของคดีครอบครัวงาวะในช่วงสมัยเอโดะส่วนใหญ่ของเมืองรวมทั้งส่วนใหญ่ของอาคารเป็นประวัติศาสตร์ของมันถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศของปี 1945 โตโยต้ามอเตอร์คอร์ปอเรชั่นยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่นอกของนาโกย่า นาโกย่าเป็นเมืองที่มีมากกว่าสองล้านคนเป็นเมืองของญี่ปุ่นที่มีสี่เมืองที่มีประชากรมากที่สุดมันเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิและเมืองหลักของธรรมดา Nobi เป็นหนึ่งของฮอนชูสามที่มีที่ราบขนาดใหญ่และศูนย์ปริมณฑลและอุตสาหกรรม
http://www.japan-expert.com/
ปราสาท

สวนสาธารณะซากปราสาททาคาโตะ ทัวร์ญี่ปุ่น



 

สวนสาธารณะซากปราสาททาคาโตะ เป็น 1 ใน 3 สถานที่ที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

ภายในสวนยังมีโอกาสได้ชม ปราสาทฮิโรซากิ สวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เขาอินะห่างจากจังหวัดนากาโนะประมาณ 60 กิโลเมตร อยู่ทางคอนใต้ของมัตสึโมโต้ สวนแห่งนี้ได้ปลูกต้นซากุระ สายพันธุ์โคฮิกันประมาณ 1500 ต้นตั้งแต่ปี 1875 มีการจัดเทศกาลดอกซากุระเป็นประจำทุกปีในเดือนเมษายนทั้งเดือน โดยการตกแต่งสวนให้มีบรรยากาศของเทศกาลที่คึกคัก นอกจากนี้ประมาณกลางถึงปลายเดือนเมษายน ช่วงดอกซากุระบานเต็มที่ ก็จะเปิดไฟที่ประดับประดาไว้ตั้งแต่ 18:00-22:00 ผู้เข้าชมมากมายต่างพากันมารวมตัวกันที่นี่ จนที่จอดรถแทบไม่มี

ทัวร์ญี่ปุ่น ปัจจุบันปราสาทแทบไม่เหลือซาก ยกเว้น หินฐานรากและโครงสร้าง สวนสาธารณะที่มีภาพของยุคเก่าที่เกี่ยวกับระบบศักดินา ตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางทิศเหนือเป็น ทาคาโตคากุ Takatokaku อาคารที่ใหญ่ที่สุดในสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930 ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนอาคารสองชั้นเป็น Showa ระยะเวลา (1926-1989) สถาปัตยกรรมการแสดงอิทธิพลทั้งในระดับท้องถิ่นและตะวันตกที่มีรากฐานที่ทำด้วยไม้และหลังคากระเบื้องสีแดง ตอนนี้มันทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับชาวบ้านที่จะรวบรวมและนักท่องเที่ยวที่จะหยุดพัก ในใจกลางของอุทยานฯ เป็นอุนเคียว Ounkyo สะพานโค้งเบา ๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในจุดที่ดีที่สุดการชมดอกซากุระ ในสวนแห่งนี้

Taikoyagura
 
ทัวร์ญี่ปุ่น ทาอิโกะยากุระ Taikoyagura หอกลองเก่่า มีรูปร่างไม่เหมือนใคร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของสวนสาธารณะ เป็นหอกลองที่เก่าแก่ และสวยงามมาก
http://www.japan-expert.com/takatopark/

ทัวร์ญี่ปุ่น ชิราคาวาโกะ

ทัวร์ญี่ปุ่น หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวะและบริเวณโกคายามา ที่อยู่ใกล้กันเป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามลำน้ำ Shogawa ตามแนวสันเขาที่ทอดยาวตั้งแต่เขตจังหวัด Gifu ถึง Toyama ชิราคาวะโกะแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1995 มีบ้านแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี

 
ทัวร์ญี่ปุ่น บ้านในแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) บ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร ซึ่งโครงสร้างของบ้านสร้างขึ้นโดยไม่ได้ใช้ตะปู อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างต่างๆ ล้วนแต่มาจากวัสดุจากธรรมชาติ อย่างต้นหญ้าที่ปลูกไว้เพื่อนำมาใช้มุงเป็นหลังคาขนาดหนาแต่ยังคงความแข็งแรง จนสามารถรองรับหิมะที่ตกมาอย่างหนักในช่วงฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี
 
หมู่บ้านชิราคาวะ
 
หมู่บ้านเหล่านี้ อยู่บนภูเขาในพื้นที่ห่างไกล บนพื้นที่ราบสูงฮิดะ (Hida) พื้นที่ของหมู่บ้านอยู่ท่ามกลางหุบเขา และธรรมชาติของใบไม้ที่ผลิใบสีเขียวสดใสในฤดูใบไม้ผลิ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงในฤดูใบไม้ร่วง และในฤดูหนาวที่หมู่บ้านถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวหมดจดของหิมะ หมู่บ้านมีความเป็นมาและคงความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม ลักษณะของบ้านที่สร้างตามแบบเฉพาะนี้ มีหลังคาเป็นสามเหลี่ยมทรงสูงคล้ายลักษณะการพนมมือ โครงสร้างภายในจะเป็นหลายชั้น อาจเป็น 3 หรือ 4 ชั้น มีรายละเอียดพิถีพิถัน และมีลักษณะเฉพาะต่างกันออกไปตามการใช้งาน และแสดงถึงความชาญฉลาดของผู้ปลูกสร้าง และอยู่อาศัย ภายในจะมีผ้าไหมที่รอปูรองไว้เพื่อให้ความอบอุ่นเมื่อยามหน้าหนาวมาเยือน ที่พื้นบ้านในชั้นแรกหลังคาที่มีมุมประมาณ 60 องศา เพื่อให้หิมะไหลได้ง่ายป้องกันการทับถมของหิมะในยามที่หิมะตกหนักทัวร์ญี่ปุ่น
 
ฤดูหน้าในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
 
หมู่บ้านทางประวัติศาสตร์แห่งชิระกาวะและเมืองโกคายามา เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แบบดั้งเดิมที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพวกเขาก็สามารถปรับตัวได้อย่างประสบความสำเร็จ เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นเมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
 
ในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล ทัวร์ญี่ปุ่น บริเวณที่อยู่กลางภูเขาฮาคูซานนี้ ถูกใช้เป็นสถานที่ทางศาสนาสำหรับลัทธิบูชาภูเขา ที่รวมความเชื่อโบราณก่อนพุทธศาสนาและศาสนาพุทธลึกลับ ในศตวรรษที่ 13 ที่แห่งนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของนิกายเทนได และต่อมาโดยนิกายโจโดชินชู ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีบทบาทอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ คำสอนของนิกายโจโดชินชูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างทางสังคมของบนพื้นฐานของดินแดนนี้ โดยมีรากฐานมาจากระบบการรวมกลุ่ม ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
 
หมู่บ้านชิราคาวะ1
 
หมู่บ้านชิราคาวะ เคยเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของตระกูลทาคายามะในช่วงยุคเริ่มต้นของสมัยเอโดะ แต่จากช่วงปลายศตวรรษที่ 17 จนถึงยุคฟื้นฟูสมัยเมจิในปี 1868 ที่ดินนี้ได้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยรัฐบาลทหารบาฟุคุ และต่อมา โกคายามาก็ถูกปกครองอยู่ภายใต้ตระกูลคานาซาวาตลอดยุคเอโดะ
 
เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขา การทำนาข้าวแบบดั้งเดิมจึงไม่ประสบความสำเร็จ เหล่าเกษตรกรจึงหันไปปลูกพืชอื่น เช่น บัควีทและข้าวฟ่าง ซึ่งปลูกได้ในฟาร์มขนาดเล็ก แต่ถึงอย่างนั้น การทำฟาร์มเช่นนี้ก็ยังให้รายได้สูงกว่าการระดับดำรงชีวิตเพียงเล็กน้อย นอกจากนั้น ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กระดาษญี่ปุ่น ที่ทำจากเส้นใยปอสาซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดินประสิวสำหรับการทำดินปืนและผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเลี้ยงไหม แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 19 อุตสาหกรรมการผลิตกระดาษก็เริ่มแย่ลง และการผลิตดินประสิวก็ได้สิ้นสุดลงในช่วงนั้นเอง เพราะมีการนำเข้าโพแทสเซียมไนเทรทหรือดินประสิวราคาถูกมาจากยุโรป อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมไหมยังอยู่รอดต่อไปได้ จากศตวรรษที่ 17 จนถึงปีค.ศ.1970 ซึ่งความต้องการพื้นที่ปิดขนาดใหญ่สำหรับเตียงเลี้ยงไหมและการเก็บรักษาใบหม่อน เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาบ้านสไตล์ Gassho ของพื้นที่แห่งนี้
 
 
หมู่บ้านสไตล์ Gassho
 
ทัวร์ญี่ปุ่น บริเวณหมู่บ้านโอกิมาชิ ตั้งอยู่บนที่ราบขั้นบันไดทางตะวันออกของแม่น้ำโช บ้านส่วนใหญ่ของที่นี่จะปลูกแยกจากกัน โดยแบ่งตามแปลงพื้นที่การเพาะปลูก ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ที่ดินที่มีมาตั้งแต่โบราณ บนพื้นที่ลาดใกล้กับตีนเขา บ้านของที่นี่ตั้งอยู่ได้ด้วยกำแพงหินที่ยังอยู่ดีมาจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของบริเวณบ้าน จะถูกกำหนดโดยถนนช่องทางน้ำของแปลงเพาะปลูก ทำให้ภูมิทัศน์ของหมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่เปิด ส่วนใหญ่แล้ว บ้านแต่ละหลังจะมีโครงสร้าง อย่างเช่น โกดังเก็บของที่มีกำแพงทำจากไม้และหลังคาฟาง ซึ่งมักจะห่างจากบ้านที่ใช้อยู่อาศัยเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ บ้านเหล่านี้จะถูกล้อมรอบด้วยทุ่งนา แต่ละหลังก็มีขนาดเล็กและรูปร่างไม่เท่ากัน
 
หมู่บ้านประวัติศาสตร์นี้ประกอบด้วยบ้าน 117 หลังและโครงสร้างอื่น ๆ อีก 7 แห่ง ในนี้มีอยู่ 6 หลังที่เป็นบ้านสไตล์ Gassho ที่ส่วนมากสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ในแนวเดียวกันขนานไปกับแม่น้ำโช ทำให้เห็นภูมิทัศน์อันแสนสงบและสวยงามจับใจ บ้าน 7 หลังมีโครงสร้างโดยใช้คาน ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20 ในหมู่บ้านมีวัดแบบพุทธอยู่ 2 แห่ง คือ วัดเมียวเซนและวัดฮนคาคุ อีกทั้งยังมีเทพผู้ปกครองหมู่บ้านอยู่ในศาลเจ้าฮาชิมัน ซึ่งเป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต ตั้งอยู่ที่ตีนและล้อมรอบไปด้วยป่าสนซีดาร์
 

 
การร่วมมือช่วยกันของชาวบ้านในการทำหลังคาใหม่
การร่วมมือช่วยกันของชาวบ้านในการทำหลังคาใหม่
 
ชาวบ้านฉีดน้ำขึ้นไปบนหลังคาในหน้าร้อนเพื่อป้องกันไฟไหม้
ชาวบ้านฉีดน้ำขึ้นไปบนหลังคาในหน้าร้อนเพื่อป้องกันไฟไหม้
 
ทัวร์ญี่ปุ่น ทำเลที่ตั้งของซึกะนุมะ (Suganuma) จะคล้ายกับโอกิมาชิ (Ogimachi) และ อาอิโนะคุระ (Ainokura) ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำโชได้ แต่ซึกะนุมะนั้นมีขนาดเล็กกว่ามาก มีเพียง 8 ครอบครัวและประชากรแค่ 40 คน ในปัจจุบัน ยังคงมีบ้านสไตล์ Gassho อยู่จำนวน 9 หลัง ซึ่งสร้างขึ้นล่าสุดในปลายปี 1929 และดูเหมือนบ้านที่อิโนะคุระมากกว่าบ้านในโอกิมาชิ ทัวร์ญี่ปุ่น
 
หมู่บ้านสไตล์ Gassho2
 
จุดท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในการสัมผัสบรรยากาศคือการพักค้างคืนในหมู่บ้านชาวนา มีบ้านหลายหลังที่เปิดให้เป็นที่พักในแบบที่เรียกว่า Minshuku โดยเฉพาะที่ Ogimachi ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่สุดของชิราคาวาโกะ บ้านวาดะ (Wada) และ บ้านนางาเสะ (Nagase) ในโอกิมาชิ เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อที่จะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ว่าชาวบ้านดำรงชีวิตอย่างไรในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีประเพณีลุยน้ำ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากที่ โกคายาม่า (Gokayama) มี หมู่บ้านอาอิโนะคุระ (Ainokura) ที่ซึ่งหมู่บ้านตั้งตระหง่านอยู่ท้ายขุนเขา และหมู่บ้านซึกะนุมะ (Suganuma) เป็นสิ่งล้ำค่าที่จะได้มาสัมผัสกับบ้านที่เป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่ และมีค่าของญี่ปุ่นนี้ จุดชมวิวของปราสาทโอกิมาชิ (Ogimachi) ได้รับความนิยมมากสำหรับการชมทัศนียภาพของหมู่บ้านชิราคาวะ จุดชมวิวนี้เหมาะมากกับการชมภาพมุมกว้างของหมู่บ้าน
หมู่บ้านในญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นมีมากมายหลายอย่าง และทำอย่างพิถีพิถัน อาทิ ซูชิ ยาคินิขุ สุกี้ ชาบู ซาซิมิ ซุปมิโสะ ราเม็ง


ซูชิหรือข้าวปั้น
มีหน้านั้น เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูและทานคู่กับปลา เนื้อหรือของคาวชนิดต่างๆและในประเทศญี่ปุ่นนั้นซูชิมักมีความหมายถึงอาหาร ที่มีส่วนผสมของ ซูชิเมะชิหรือข้าวที่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูและมีหน้าแบบต่างๆ ที่ได้รับความนิยมได้แก่ อาหารทะเล ปลา ผัก ไข่และเห็ดซึ่งเนื้อที่นำมาทำนั้นอาจจะเป็นเนื้อดิบหรือเนื้อที่ผ่าน กรรมวิธีการทำแล้วสำรับประเทศอื่น
ซูชิหรือข้าวปั้น ซูชิ

ราเม็ง
เป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่นซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ราเม็งมักจะทานคู่กับเนื้อหมู สาหร่าย คะมะโบโกะ ต้นหอม และบางครั้งอาจมีข้าวโพด ราเม็งนั้นมีการปรุงที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น เช้นในคิวชู ต้นกำเนิดของทงโคะสึราเม็ง (ราเม็งซุปกระดูกหมู) ในฮอกไกโดต้นกำเนิดของมิโซะราเม็ง(ราเม็งซุปเต้าเจี้ยว)
ราเม็ง ราเม็ง

บะหมี่ญี่ปุ่น (โซบะ)
คนญี่ปุ่นนิยม ทานโซบะกันมากที่สุดคือกินได้ตลอดปี ทุกฤดูกาล โซบะทำมาจากบักวีต มีเส้นสีน้ำตาลบาง สามารถปรุงได้ทั้งร้อนทั้งเย็นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ถ้ากินแบบเย็นเรียกว่า(Hiyamugi)หรือ บะหมี่เย็น โดยใช้ส่วนผสมอย่างเดียวกับอุด้ง โซบะแบบเย็นจะถูกเสิร์ฟพร้อมวาซาบิ หอมหัวใหญ่ผ่านผสมลงไปในน้ำจิ้มที่ทำจากมิริน(Mirin)หรือ สาเกหวานเสิร์ฟบนเซรุหรือถาดไม้ไผ่ที่ญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมการกินเส้นโซบะใน ช่วงคืนส่งท้ายปีเก่า 31ธันวาคมซึ่งมีความหมายให้ชีวิตที่ยืนยาวดังเช่นโซบะ
โซบะ โซบะ

ข้าวหน้าปลาไหล อุนาจู ( Unaju)
เป็นปลาไหลย่างแบบคาบายากิ ( Kabayaki) คือทาซอสแล้วย่างบนเตา วางบนข้าวในกล่องลงรักรูปสี่เหลี่ยมส่วนข้าวหน้าปลาไหลหรืออุนางิ ( Unagi) เป็นอาหารยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน อุดมไปด้วยวิตามินอีและเอ มีธปรตีนสูงแต่แคลอรี่ต่ำ โดยปกติแล้ว อุนางิจะเสิร์ฟมาพร้อมกัยซอสหวานทาเระ (Tare) ปลาไหลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น ต้องจากจังหวัดชิซุโอะกะ เพราะมีเนื้อหนากระดูกอ่อนนุ่ม รสชาติ อร่อย
ข้าวหน้าปลาไหลd ข้าวหน้าปลาไหล

ดังโงะ (Dango)
ที่ญี่ปุ่นนั้นมีเป็นสิบสูตร แต่ที่หน้าตาเหมือนลูกชิ้นเสียบไม้ที่บ้านเราเห็น กันเรียกว่า คุชิ ดังโกะ ทำจากแป้งโมจิ บางครั้งก็ผสมเต้าหู้ลงไปในแป้งด้วย ปั้นเป็นลูกกลม เสียบไม้แล้วนำไปปิ้ง ได้ลูกชิ้นแป้งนุ่มๆเหนียวๆราดซอสโชยุ ซอสเต้าเจี้ยว หรือเกาลัดบดหรือบางครั้งจะโรยด้วยถั่วบดกับน้ำตาลทรายแดง
ดังโงะ ดังโงะ

KaisekiRyori – ไคเซกิ เรียวริ
เป็นชุดอาหารที่เป็นหน้าเป็นตาที่สุดของชาวญี่ปุ่น และเป็นการสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติ ตั้งต้นจากการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ประจำฤดูกาล มาปรุงแต่งให้เป็นสุดยอดชุดอาหาร Kaiseki Ryori (ไคเซกิเรียวริ) เป็นอาหารที่ใช้ศิลปะชั้นสูงในการประดิษฐ์หรือตกแต่งอาหารภายใต้กฎที่เคร่งครัดอาหารที่ทำขึ้นมาจะต้องเป็นเมนูเด่นของฤดูกาลนั้นๆ และจะต้องดึงดูดสายตาของผู้คนที่ได้พบเห็นนับว่าเป็นที่สุดของอาหารประจำชาติญี่ปุ่นเลยทีเดียว
KaisekiRyori KaisekiRyori

Sukiyaki – สุกียากี้
เป็นอาหารญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายซุปปรุงอาหารและรับประทานกันบนโต๊ะ โดยมีส่วนประกอบได้แก่ ผัก เห็ด ไข่ เต้าหู้ น้ำซุป และเนื้อสัตว์ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู หรืออาหารทะเล ใส่วัตถุดิบลงในหม้อเหล็กแบบแบนต้มรวมกันแล้วปิดฝาแล้วรอให้สุก จิ้มเนื้อกับไข่ดิบ สุกียากี้เป็นอาหารที่รับประทานพร้อมกันได้หลายคน สุกียากี้ต้มกับเหล้าหวานกับซอส ไม่ใช่น้ำ
sukiyaki สุกี้

Tempura – เทมปุระ อาหารชุบแป้งทอด
ซึ่งวัตถุดิบที่นิยมใช้ชุบแป้งทอดคือ กุ้ง ปลาหรืออาหารทะเลตามฤดูกาล และผักต่างๆ โดยนำวัตถุดิบดังกล่าว ชุบไข่ คลุกด้วยแป้ง และเกล็ดขนมปัง
กุ้งเทมปุระ กุ้งเทมปุระ

Okonomiyaki
Okonomiyaki เป็นที่นิยมอาหารกระทะทอดที่ประกอบด้วยแป้งและกะหล่ำปลี เลือกรสชาติและส่วนผสมได้มันจะประกอบด้วยแป้งสุกที่เหล็ก,ปลาหมึก, กุ้ง, หมูมันเทศหรือกิมจิ
Okonomiyaki Okonomiyaki

Yakiniku ยาคินิขุ
หรือการย่างเนื้อของญี่ปุ่น การย่างเนื้อนั้นจะย่างบนตระแกงย่างที่ได้รับความร้อนจากไฟที่เป็นถ่านโดยตรง จะได้กลิ่นหอมจากถ่านและเคล็ดลับการย่างคือไม่ควรให้สุกจนเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อเหนียว และควรพลิกแค่ครั้งเดียว
yakiniku yakiniku1

ชาบู ชาบู
ถือกำเนิดที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณสุเอฮิโร่ เมื่อปีค.ศ.1952 ดัดแปลงมาจากหม้อไฟของปักกิ่ง ประเทศ จีนซึ่งใช้เนื้อแกะชาบูชาบู เป็นอาหารสุขภาพของญี่ปุ่นโดยใช้เนื้อ(วัว, หมู, ไก่, ปลา,…) นำมาแล่บางๆแล้วนำลงไปแกว่งในน้ำซุปร้อนๆให้พอสุกได้ที่แล้วจิ้มน้ำจิ้มกินน้ำจิ้มชาบูชาบูมี 2 ชนิดคือ น้ำจิ้มปอนซึ จะออกรสเค็มอมเปรี้ยว และน้ำจิ้มงา ออกรสหอมนุ่ม
shabu shabu1

เนื้อโกเบ สุดยอดเนื้อ!! ประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น

เนื้อโกเบคือเนื้อวัวจากเมืองทาจิมา จังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งมาจากเลี้ยงดูวัวทาจิมา สายพันธุ์ญี่ปุ่นขนดำ (Kuroge washu หรือ Japanese Black) ซึ่งแป็นวัวสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกนำไปเลี้ยงต่อเป็นวัวโกเบแต่เดิมเป็นวัวสายพันธุ์แรก ๆ ที่เลี้ยงในแถบภาคตะวันตกของญี่ปุ่น เนื้อของวัวสายพันธุ์ญี่ปุ่นขนดำ จะมีฟองไขมันเม็ดละเอียดแทรกซึมอยู่ในอณูเนื้อแดง เรียกว่า Shimo furi (โปรยน้ำค้างแข็ง) ทำให้เนื้อมีความนุ่ม ประหนึ่งจะละลายในปาก อีกทั้งฟองไขมันก็มีความหอมหวาน จัดเป็นวัวเนื้อสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและในระดับสากล
 
เนื้อโกเบ
เมื่อเรานึกถึงสุดยอดเนื้อวัวจากทั่วโลก แน่นอนสิ่งที่เราจะต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ นั่นก็คือ เนื้อวัวจากเมืองโกเบกันอย่างแน่นอน
 
 
 
   เนื้อโกเบคืออะไร? 
 
วัวทาจิมะ
วัวทาจิมาจากเมืองเฮียวโงะ
 
   กว่าจะมาเป็นเนื้อแสนอร่อย? 
 
การเลี้ยงดู
การเลี้ยงดูเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด
 
          ไม่ใช่แค่สายพันธุ์ของวัวเท่านั้นที่มีส่วนทำให้เนื้ออร่อย แต่กรรมวิธีการเลี้ยงก็สำคัญเหมือนกัน โดยกว่ากลายมาเป็นเนื้อโกเบ วัวต้องผ่านการเลี้ยงดูคือ ถูกบีบนวดให้วัววันละ 7-8 ครั้ง และให้ดื่มเบียร์วันละ 6 ขวด เพื่อให้วัวผ่อนคลาย ไม่เครียด มีสุขภาพแข็งแรงและเจริญอาหาร สามารถผลิตเนื้อแสนอร่อยให้เราได้รับประทานกัน
 
 
 
   มารู้จักเนื้อส่วนต่าง ๆ กันดีกว่า ? 
 
article_beef_pichead

 
          1. Chunk
หรือเนื้อสันตรงบริเวณคอ เนื้อประเภทนี้จะมีความหนาเหมาะสำหรับการทำอาหารประเภท อบ การทำสตู เพราะจะได้เนื้อที่นิ่มเเละอร่อย
          2. Rib
เนื้อส่วนซึ่โครง เนื้อตรงนี้สามารถแบ่งออกได้อีกเป็น
– Short Rib: เป็นเนื้อที่ติดซี่โครง จะมีลักษณะชิ้นโค้ง นิยมนำไป กริลล์-ย่าง, เผา, อบ
– Rib eye: ตรงนี้จะเป็นเนื้อล้วนๆ ไม่มีซี่โครงติดมาด้วย ซึ่งได้รับความนิยมมากๆ ซึ่งมักนำไปใช้ทำ สเต็ก, ย่างหรือทอด เนื้อจะมีมันแทรกนิดหน่อยพอประมาณ
– Prime Rib: เนื้อล้วนๆลักษณะจะคล้ายๆ Rib eye เหมือนกัน นิยมทำ สเต็ก, ย่าง, ทอด เเต่เนื้อชนิดนี้จะมีชั้นของมันมากกว่า Rib eye
          3. Loin
หรือเนื้อสัน เนื้อส่วนนี้ส่วนใหญ่มักใช้ทำสเต็ก, อบ, ย่าง, เผา เป็นส่วนที่ราคาค่อนข้างแพง
– Short Loin ตัวนี้เอามาทำสเต็ก Strip Steak ชื่อดัง อย่าง New York Steak หรือ อีกชื่อว่า Strip loin เนื้อส่วนนี้มีราคาสูง เพราะว่ารสสัมผัสของเนื้อจะนุ่ม เพราะกล้ามเนื้อของวัวช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำงานก็เลยเนื้อไม่เหนียว แต่ความนุ่มยังไม่เท่ากับ Rib eye หรือ Tenderloin เพราะส่วน Tenderloin มีไขมันเยอะกว่าค่ะ
– Sirloin เนื้อสันนอกติดมัน สำหรับทำสเต็ก ย่าง อบ มีราคาแพง
– Top Sirloin กับ Bottom Sirloin เนื้อนุ่ม ทำสเต็ก ใช้ ย่าง เผา
– Tenderloin เนื้อนุ่ม ตามชื่อค่ะ Tender ใช้ย่าง ทำ BBQ ก็อร่อย ติดมัน
– Fillet เนื้อสันใน นุ่ม ใช้ผัด ทอด ตามใจชอบ เนื้อค่อนข้างนุ่ม
– T-bone เป็นเนื้อที่ตัดส่วนกระดูกออกด้วยได้รูปตัว T เป็นช่วงระหว่าง Strip loin กับ Tenderloin ใช้ทำสเต็กค่ะ ราคาสูง
          4. Round
หรือเนื้อส่วนสะโพก นิยมนำมาทำอาหารพวก อบ, ย่าง, ทำเนื้อบด, ผัด, ทำสเต็ก ก็ยังได้ มันน้อย
          5. Brisket
ส่วนติดอกของวัวเหมาะสำหรับย่าง ทำ BBQ
          6. Shank
ส่วนติดกับขา ทำสตู ทำซุป
          7. Plate
หรือส่วน Belly หรือท้องนั่นแหล่ะ ใช้ในการ อบ ย่าง หรือทำสเต็ก มีชื่อว่า “Outside Skirt Steak” ราคาถูก และมันเยอะค่ะ คนไทยเราชอบเอามาทำสตูว์ น้ำสต๊อก เนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น
          8. Flank
เนื้อสีข้าง ทำสเต็กได้ แต่ไม่นุ่มค่ะ มีไขมัน แล่ออกบางๆ เอามาทำเนื้ออบ หรือเนื้อบดก็ดีค่ะ
เวลาทำต้องมีการหมักค่ะนานค่ะ เนื้อถึงจะนุ่มขึ้น
          9. กระดูกวัว สำหรับทำต้มซุป
          10. ลิ้นวัว เอามาเคี่ยวทำสตูว์
 
 
 
   เนื้อที่ว่าแพงราคาเท่าไหร่นะ? 
 
          ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว กว่าที่เราจะได้เนื้อโกเบมาสักชิ้นหนึ่งเราต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อิทธิพลของพันธุกรรม วิธีการให้อาหาร และวิธีการเลี้ยง ในสมัยก่อนการเลี้ยงเนื้อโกเบจะใช้อาหารข้นระดับสูง ทำให้โคได้รับอาหารเพียงพอต่อการสร้างเนื้อ และไขมันแทรก นอกจากนี้มีการเสริมด้วยเบียร์แอลกอฮอล์จากเบียร์ทำให้โคมีอาการสงบ ไม่เครียด ส่วนการนวดตัวและแปรงขน เพื่อให้โคเชื่อง ซึ่งทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าการเลี้ยงเนื้อโกเบจะต้องมีการทุบเพื่อให้เนื้อนุ่ม ทั้งที่ความจริงคือนวดตัวเพื่อให้เนื้อโกเบมีลักษณะฉ่ำน้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโคจะได้รับอาหารเพียงพอแล้ว สิ่งที่สำคัญคือโคไม่เครียด ตรงกับหลักการของสวัสดิภาพสัตว์ทำให้เนื้อโกเบปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะการที่สัตว์เครียดระยะหนึ่งก่อนเข้าโรงฆ่าสัตว์ สัตว์จะหลั่งสารบางตัวที่มีผลในการก่อมะเร็งต่อผู้บริโภค แต่วิธีการเลี้ยงแบบนี้ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ดังนั้นเนื้อโคขุนญี่ปุ่นที่นำเข้าประเทศไทยมีราคาสูงกิโลกรัมละ 18,000 – 20,000 บาท

เนื้อที่อร่อยที่สุด

ผักดองญี่ปุ่น

ผักดองญี่ปุ่น (漬物, จุเคโมโนะ) เป็นส่วนสำคัญของอาหารญี่ปุ่น มักจะเสิร์ฟพร้อมกับอาหารแทบทุกมื้อควบคู่ไปกับข้าวและซุปมิโซะ มักจะมีการเพิ่มเครื่องปรุงเพื่อมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ปรุงรสตามรสนิยม

Japanese-pickles1
“ผักดองญี่ปุ่น” เกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยที่ยังไม่มีการถนอมอาหารด้วยการแช่แข็ง ผักต่าง ผลไม้ จึงถูกนำไปดองเพื่อเป็นการเก็บรักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันตั้งแต่การดองง่ายๆด้วยเกลือหรือการดองด้วยน้ำส้มสายชู ไปจนถึงกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการหมักโดยใช้หัวเชื้อผักและผลไม้ทุกชนิดสามารถนำมาดองได้ ไม่จำกัดเฉพาะเพียงแค่ หัวไชเท้าญี่ปุ่น แตงกว่า มะเขือ กะหล่ำปลี รากบัว ขิง หอมแดง และพลัม บางครั้งสาหร่ายและอาหารทะเลอื่นๆ ยังมีการดองเพื่อเพิ่มรสชาติและความหลากหลาย บางวีธียังใช้ในการรักษารสชาติอาหารทะเทและเนื้อสัตว์
Japanese-pickles2

ส่วนประกอบสำคัญที่เป็นที่นิยมนำมาดองผัก :

    เกลือ (ชิโอซึเกะ)
เกลือดอง หรือ ชิโอสุเกะ เป็นชนิดที่พบง่ายที่สุดและพบบ่อยที่สุดในผักดอง ซึ่งโดยพื้นฐานรสชาติจะมีความเค็มเล็กน้อย การหั่นบางๆ จะทำให้ผักมีความกรอบและรสชาติอ่อนๆของผัก (ปกติตามฤดูกาล) ในอีกกรณีหนึ่ง ผักดองเค็มยังช่วยเพิ่มรสชาติอาหารมากขึ้น ในหมู่นี้จะเป็นบ๊วยแดงญี่ปุ่นซึ่งใช้ในการเพิ่มรสชาติของข้าวปั้น
    รำข้าว (นุคาซึเกะ)
ผักดองโดยทั่วไปที่ใช้ในครัวเรือนมักมีส่วนผสมของรำข้าวคั่ว(ผิวด้านนอกของข้าวที่ถูกขัดออก), เกลือ, คอนบุ(สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง), ส่วนผสมอื่นๆ และผักมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน สามารถเก็บไว้ได้หลายเดือน จะช่วยให้มีความกรอบ เค็ม และเผ็ด นำผักดองมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นบางๆเพื่อเสิร์ฟ ผักดองมีทั้งแลกโตบาซิลลัสช่วยในการย่อยอาหาร
    ตะกอนของสาเก (คาสุซึเกะ)
ผักดองจะไปเน่าเสียถ้าถูกเก็บรักษาไว้ในตะกอนของสาเก (ยีสต์ที่เหลือหลังจากการกรองสาเก) , เกลือ ,น้ำตาลและไวน์ปรุงอาหารหวาน (มิริน) มันจะได้รับการเก็บรักษาและใช้ได้หลายปี ผักดองที่ได้อาจจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เล็กน้อย มีรสหวาน มีกลิ่นฉุนขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้รับการดอง
    ซอสถั่วเหลือง (โชยุซึเกะ)
ผักจะถูกดองไว้ในซอสถั่วเหลือง วิธีการนี้จะทำให้ผักดองมีรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น จากสีและความกรอบ สีน้ำตาลเข้ม เค็ม หวาน เช่น ฟุคุจินซึเกะ การดองแบบ โชยุซึเกะนั้นแตกต่างจากการดองแบบ จุคุดานิ ซึ่งเป็นการดองอาหารด้วยการปรุงซอสถั่วเหลืองและไวน์สำหรับทำอาหาร(มิริน)
    น้ำส้มสายชู (สุซึเกะ)
การดองในน้ำส้มสายชูเรียนกันว่า สุซึเกะ น้ำส้มสายชูข้าวเป็นที่นิยมที่ใช้ในการดองผักและผลไม้ จะให้เนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบมีรสชาติทั้งหวานและเปรี้ยว แต่น้ำส้มสายชูข้าวมีความเป็นกรดที่ต่ำทำให้ผักที่ดองไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน
    มิโซะ (มิโซะซึเกะ)
การดองแบบมิโซะซึเกะจะคล้ายกับการดองแบบนุคาซึเกะ การดองแบบมิโซะซึเกะจะทำโดยการคลุกผักกับมิโซะและถั่วเหลืองป่นดอง ผักเหล่านี้จะมีความกรอบและมีรสเค็มของมิโซะ มิโซะซึเกะและนุคาซึเกะ ทำจากพืชผักผลไม้ที่คล้ายกัน เช่น แตงกวา แครอท มะเขือยาว อาจจะทำให้เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะทั้งสองแบบนี้ด้วยตาเปล่า และมิโซะซึเกะยังเป็นที่นิยมในการเก็บรักษาเนื้อสัตว์และอาหารทะเล
 

ผักดองโดยทั่วไป

ด้านล่างนี้เป็นบางส่วนของชนิดของผักดองที่พบมาก และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่สามารถพบได้ทั่วประเทศยกเว้นแต่บางอย่างที่ระบุไว้ และแน่นอนว่าส่วนผสมอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ภูมิภาคและแต่ละครัวเรือน
Japanese-pickles3

อุเมโบชิ (Umeboshi)

อุเมโบชิ เป็นพลัมญี่ปุ่น(ตะกูลเดียวกับบ๊วย) ซึ่งมีความเค็มและแห้ง มีสีแดงผิวยับย่นมีรสเค็มและเปรี้ยวมากกว่า แม้ว่าจะมีรสหวานอยู่บ้าง นอกจากนี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นสารกันบูดและช่วยในการย่อยอาหาร มันมักจะมากับอาหารทุกประเภท และมักจะอยู่ในข้าวกล่องอาหารกลางวัน(เบนโตะ) นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในไส้ยอดนิยมของข้าวปั้นอีกด้วย
 
 
Japanese-pickles4

ทาคุอัน (Takuan)

ทาคุอัน ทำมาจากหัวไชเท้าญี่ปุ่น(ดาอิคุน) ซึ่งนำไปตากแดดจนแห้ง แล้วดองในส่วนผสมของ เกลือ รำข้าว และน้ำตาล เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีความหวานและกรอบ ใช้เป็นเครื่องเคียงกับข้าว และอาหารอื่นๆ ทาคุอันจะเปลี่จากสีขาวเป็นสีน้ำตาลและเรืองแสงสีเหลือง ในจังหวัดอาคิตะมันจะถูกรมควันด้วย
 
 
Japanese-pickles5

นุกะซึเกะ (Nukazuke)

นุกะซึเกะ เป็นผักดองที่มีจำพวกเดียวกัน ประกอบไปด้วย แตงกวา แครอท มะเขือ หัวผักกาด มักจะเสิร์ฟควบคู่กับเซตเมนูอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งของการเซตข้าว ใน ไคเซกิเรียวริ(อาหารญี่ปุ่นที่บริการทีละคอร์สเป็นธรรมเนียมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น) นุกะซึเกะมักจะถูกแทนที่ด้วยผักดองที่คล้ายกันที่ดองจากเกลือหรือมิโซะอยู่บ่อยครั้ง
 
 
Japanese-pickles6

คิวริ อะซึเกะ (Kyuri Asazuke)

คิวริ อะซึเกะ คือผักดองแบบง่ายๆทำจากแตงกวาที่หมักในน้ำเกลือ ซึ่งบางครั้งจะถูกปรุงรสด้วย พริกไทย คงบุ(สาหร่ายญี่ปุ่น ชนิดหนึ่ง) มักจะเสียบเป็นไม้และขายตามถนน หรือในงานเทศการต่างๆ และสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเมื่อพวกเขาต้องการความสดชื่น
 
 
Japanese-pickles7

ฮากุไซ โนะ โซคุเซกิซึเกะ (Hakusai no Sokusekizuke)

ฮากุไซ โนะ โซคุเซกิซึเกะ เป็นอาหารที่ดองด้วยเกลืออย่างง่ายและรวดเร็ว มีความเค็มเล็กน้อยทำจาก กะหล่ำปลี ซึ่งบางครั้งมักมีการใส่แครอท แตงกวา ลงไปด้วย และปรุงรสด้วย น้ำส้ม สาหร่าย พริกไทย ผลที่ได้คือผักดองเค็มที่กรอบ และมีรสชาติเผ็ดและเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นหนึ่งในผักดองที่พบมากที่สุดในญี่ปุ่นและมักเสิร์ฟควบคู่ไปกับเซตเมนูอาหาร
 
 
Japanese-pickles8

นาราซึเกะ (Narazuke)

นาราซูเกะ เป็นผักดองพื้นเมืองของเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นมีสีน้ำตาลเข้มชื่อของมันได้รับอิทธิพลมาจากชื่อของเมือง โดยทั่วไปมักทำจาก หัวไชเท้า แครอท มะระ หรือ แตงกวา มักจะนำไปดองกับตะกอนสาเก วิธีนี้สามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี ส่งผลให้ผักดองมีความแข็ง มีกลิ่นฉุน ซึ่งเป็นผักที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
 
 
Japanese-pickles9

ชิบะซึเกะ (Shibazuke)

ชิบะซึเกะ เป็นผักดองชนิดพิเศษจากโตเกียว ทำจาก แตงกวา มะเขือ ใบงา ขิง และขิงญี่ปุ่น ดองในน้ำส้มสายชูพลัม ผลพลอยได้ที่ได้จากการดองด้วยน้ำส้มสายชูพลัมจะทำให้ผักมีสีม่วง มีรสเค็ม เปรี้ยวเล็กน้อยจะเสิร์ฟกับอาหารทั่วไปในโตเกียว
 
 
Japanese-pickles10

เซ็งไมซึเกะ (Senmaizuke)

เซ็งไมซึเกะ เป็นผักดองชนิดพิเศษอีกอย่าหนึ่งของโตเกียว ทำจากหัวผักกาดหวานหั่นเป็นชิ้นบาง จัดเรียงในน้ำส้มสายชู ปรุงรสด้วย พริกไทย และสาหร่ายทะเลมีความหวานและเปรี้ยวที่มีเนื้อกรุบกรอบเล็กน้อย
 
 
 
Japanese-pickles11

ไซเคียวซึเกะ (Saikyozuke)

ไซเคียวซึเกะ(มาจากทางทางตะวันตกของโตเกียว) เป็นชิ้นปลา โดยปกติจะใช้ปลาcod หรือปลาหิมะ ซึ่งหมักโดยมิโซะ แล้วนำไปปิ้งหรือย่างอย่างใดอย่างหนึ่งและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง เนื้อปลาที่เก็บรักษาด้วยวิธีนี้รสหวานเหมือนรสคาราเมล เนื่องมาจากมิโซะ
 
 
Japanese-pickles12

โนซาวาน่า (Nozawana)

โนซาวาน่า เป็นผักดองชนิดพิเศษ จาก โนซาว่า ออนเซน ในจังหวัดนากาโนะ แต่จะมีอยู่แพร่หลายทั่วประเทศญี่ปุ่น เป็นประเภทของหัวผักกาดเขียวที่ถูกนำไปตากแห้งแล้วดองในน้ำเกลือปรุงรสด้วยพริกไทย และ วาซาบิ มีรสเค็ม ใบและลำต้นจะมีรสเผ็ดเล็กน้อย เสิร์ฟโดยการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
 
 
Japanese-pickles13

มัสสุเมะอิซึเกะ (Matsumaezuke)

มาจากท้องถิ่นของเมืองมัสสุเมะอิ ในฮอกไกโด มัสสุเมะอิซึเกะ เป็นการผสมผสานที่น่าสนใจของอาหารพื้นเมืองในภูมิภาคฮอกไดโด เช่น ปลาหมึก สาหร่าย คาซุโนโกะ (ไข่ปลาชนิดหนึ่ง) และแครอท ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและไวน์สำหรับปรุงอาหาร (มิริน) ได้รับความนิยมทั่วประเทศ
 
 
Japanese-pickles14

การิ (Gari)

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับการิ มันคือขิงดองหวานขนาดบางๆ มักจะเสิร์ฟควบคู่กับซูชิ การิมีรสหวานและเปรี้ยวมีรสเผ็ดเล็กน้อย เป็นการล้างปากระหว่างทานซูชิแต่ละชิ้น เพื่อให้ได้รับรู้รสชาติที่เป็นเอกลักษณะของซูชิแต่ละชิ้นได้ได้อย่าเต็มที่ การิมาเสีเหลืองอ่อนตามธรรมชาติแต่อาจจะมีการย้อมเป็นสีชมพูด้วย
 
 
Japanese-pickles15

เบนนิโชงะ (Beni Shoga)

เบนนิโชงะ เป็นพริกชี้ฟ้าซอยและขิงอ่อน ดองในน้ำส้มสายชูพลัม ผลพลอยได้ที่ได้จากการดองน้ำส้มสายชูพลัมคือผักจะมีสีแดงสด มีรสเค็มและเผ็ด มักจะใช้เป็นเครื่องปรุงที่โรยบนหน้าอาหารหลายอย่าง เช่น กิวด้ง ทาโกะยากิ และยากิโซบะ
 
 
Japanese-pickles16

ฟุคุจินซึเกะ (Fukujinzuke)

ฟุคุจินซึเกะเป็นเส่นผสมของ หัวไชเท้า รากบัว แตงกวา และมะเขือ ที่ถูกดองไว้ในซอสถั่วเหลืองและไวน์หวาน (มิริน) มีสีน้ำตาลหรือสีแดงรสออกหวาน ใช้เป็นเครื่องปรุงในแกงของญี่ปุ่น
 
 
 
Japanese-pickles17

รักเคียว (Rakkyo)

รักเคียว เป็นหัวหอมดองหวานที่เสิร์ฟควบคู่ไปกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่น มีรสหวานกรุบกรอบเหมือนกับ ฟุคุจินซึเกะ ช่วยในการเพิ่มรสชาติเผ็ดและเค็มให้กับแกง




ประเภทของผักดอง